'พีระพันธุ์' หารือ นายกสมาคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดันนโยบายสร้างอุตสาหกรรมความมั่นคง ลดพึ่งพาอาวุธนำเข้า
อัพเดทล่าสุด: 11 ม.ค. 2026
83 ผู้เข้าชม

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย น.ต.ดร.ปุณณัฐ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมหารือ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ในประเด็นการพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน
.
การหารือครั้งนี้ เน้นแนวทางการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยให้กองทัพเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะ (Specification) ที่ต้องการ และให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณ เพื่อลดการจัดซื้อจากต่างประเทศ และแก้ปัญหาความไม่เข้ากันของระบบอาวุธจากหลายแหล่ง
.
ที่ประชุมยังได้พิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้ประกอบการ ควบคู่กับการคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศในภาวะฉุกเฉินและวิกฤต รวมถึงการยกระดับการบริหารจัดการอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วยระบบดิจิทัล และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
.
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางการใช้พลังงานทางเลือกในอนาคต การบริหารพลังงานในภาวะฉุกเฉิน และข้อเสนอในการยกระดับสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ สู่การเป็น “สภาอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ” เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน และการศึกษาโมเดลอุตสาหกรรมความมั่นคงจากต่างประเทศมาปรับใช้กับประเทศไทย
.
ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ระบุว่า การผลักดันอุตสาหกรรมความมั่นคงจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ความมั่นคงของชาติ สร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มการจ้างงานในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ
.
การหารือครั้งนี้ เน้นแนวทางการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยให้กองทัพเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะ (Specification) ที่ต้องการ และให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณ เพื่อลดการจัดซื้อจากต่างประเทศ และแก้ปัญหาความไม่เข้ากันของระบบอาวุธจากหลายแหล่ง
.
ที่ประชุมยังได้พิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้ประกอบการ ควบคู่กับการคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศในภาวะฉุกเฉินและวิกฤต รวมถึงการยกระดับการบริหารจัดการอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วยระบบดิจิทัล และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
.
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางการใช้พลังงานทางเลือกในอนาคต การบริหารพลังงานในภาวะฉุกเฉิน และข้อเสนอในการยกระดับสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ สู่การเป็น “สภาอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ” เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน และการศึกษาโมเดลอุตสาหกรรมความมั่นคงจากต่างประเทศมาปรับใช้กับประเทศไทย
.
ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ระบุว่า การผลักดันอุตสาหกรรมความมั่นคงจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ความมั่นคงของชาติ สร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มการจ้างงานในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ


