"เฟื่องวิชชุ์" ชูนโยบาย 6 เสาหลัก สู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ประกาศท้าชนทุนปีศาจ ค้านแก้รัฐธรรมนูญ ปี 60
อัพเดทล่าสุด: 23 ม.ค. 2026
132 ผู้เข้าชม

วันที่ 22 มกราคม 2569 พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะสนามเลือกตั้ง 69" ทาง TOP NEWS ถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ภาคกลาง
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ระบุถึงจุดแข็งของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือผลงานที่จับต้องได้จริง ภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เดินหน้าแนวทาง "รื้อ ลด ปลด สร้าง" จนสามารถลดค่าไฟฟ้าจากหน่วยละ 4.70 บาท ลงมาอยู่ที่ 3.94 บาท
"การลดค่าไฟครั้งนี้ช่วยให้คนไทยทั้งประเทศมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มขึ้นรวมกว่า 270,000 ล้านบาท ซึ่งเราไม่ได้ใช้วิธีการกู้เงินมาอุดหนุนจนสร้างภาระหนี้ระยะยาว แต่เป็นการใช้การบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ" พันเอก เฟื่องวิชชุ์กล่าว
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ระบุว่าแม้ในอดีตจำนวน สส. เขต ในภาคกลางอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่พรรครวมไทยสร้างชาติยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยมี สส. บัญชีรายชื่อในสัดส่วนภาคกลางคอยประสานงานและขับเคลื่อนนโยบายอย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักว่า "ความถูกต้องมาก่อนความถูกใจ" แม้บางนโยบายอาจต้องใช้เวลาในการอธิบายหรือต่อสู้กับระบบโครงสร้างที่ฝังรากลึกมานาน แต่ก็เลือกที่จะเดินหน้าทำประโยชน์ให้บ้านเมืองอย่างยั่งยืน มากกว่า "นโยบายประชานิยมระยะสั้น"
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ กล่าวถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยระบุว่าเนื่องจากกฎหมายมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทำให้ต้องใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียดกว่า 6 เดือนเพื่อให้เข้าใจระบบอย่างถ่องแท้ รวมถึงต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาและการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายที่จะออกมานั้นจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างถาวรและเป็นธรรมที่สุด ซึ่งนโยบาย 6 เสาหลัก โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคแรกที่นำเสนออย่างชัดเจน ทั้งเสรีโซลาร์ ค่าไฟหน่วยละ 3.3 บาท และน้ำมันลิตรละ 25 บาท ซึ่งการปรับลดค่าไฟในอดีตจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาท ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังทำให้หนี้ของ กฟผ. ลดลงจากประมาณ 99,000 ล้านบาท เหลือราว 44,000 ล้านบาท สะท้อนว่าการลดราคาและการแก้ปัญหาหนี้สามารถทำควบคู่กันได้
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ยังระบุถึงนโยบายด้านความมั่นคง โดยประกาศจุดยืน "พิทักษ์เอกราช" ยกเลิก MOU 43-44 นโยบาย "พิฆาตคนชั่ว" โทษประหารชีวิตสำหรับผู้ทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนกลุ่มราชายาเสพติดจะถูกส่งไปคุมขังใน "คุกกลางทะเล" ส่วนนโยบายด้านการศึกษาเสนอ "ไม่มีสอบเข้า แต่มีสอบจบ" เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนตามความสมัครใจ นอกจากนี้ยังเสนอแก้ปัญหาเครดิตบูโรเปลี่ยนเป็นระบบ Credit Scoring และสนับสนุนวัยทำงานด้วยการนำกองทุน LTF วงเงิน 500,000 บาท กลับมาใช้ลดหย่อนภาษี รวมทั้งยังเสนอปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการเป็น 1,500 บาทถ้วนหน้า ด้านการเกษตร เสนอลดต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ยและพลังงาน แทนการใช้ระบบจำนำหรือประกันราคาแบบเดิมที่มักจะเอื้อประโยชน์ให้แก่โรงสีหรือนายทุนมากกว่าเกษตรกร
.
สำหรับบรรยากาศการเมืองของพรรครวมไทยสร้างชาติ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ระบุว่าจากการลงพื้นที่ เสียงตอบรับจากประชาชนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น "แม้จะยังไม่ยืนยันว่าจะเลือกหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มและไม่มีการต่อต้านเหมือนที่ผ่านมา"
.
ส่วนปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและทุนสีเทา พันเอก เฟื่องวิชชุ์ระบุว่ายังมี "ทุนปีศาจ" ซึ่งร้ายแรงกว่า และเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำร้ายคนไทยทั้งประเทศ นอกจากนี้ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ประกาศชัดเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า "ไม่เห็นชอบ โดยได้วิจารณ์แนวทางของรัฐบาลว่าเป็นการพยายาม "โยนทิ้ง" หรือ "ฉีก" รัฐธรรมนูญ ปี 2560 เพื่อเขียนใหม่ทั้งฉบับ และ การที่พรรคการเมืองต่างๆออกมาบอกว่า "ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2" เป็นเพียงวาทกรรมที่ไร้สาระ เพราะในความเป็นจริงพระราชอำนาจเกี่ยวข้องกับหลายมาตรา หากมีการเขียนใหม่ทั้งหมด สิ่งที่ปกป้องมาตลอดจะหายไปทันที
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ระบุถึงจุดแข็งของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือผลงานที่จับต้องได้จริง ภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เดินหน้าแนวทาง "รื้อ ลด ปลด สร้าง" จนสามารถลดค่าไฟฟ้าจากหน่วยละ 4.70 บาท ลงมาอยู่ที่ 3.94 บาท
"การลดค่าไฟครั้งนี้ช่วยให้คนไทยทั้งประเทศมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มขึ้นรวมกว่า 270,000 ล้านบาท ซึ่งเราไม่ได้ใช้วิธีการกู้เงินมาอุดหนุนจนสร้างภาระหนี้ระยะยาว แต่เป็นการใช้การบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ" พันเอก เฟื่องวิชชุ์กล่าว
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ระบุว่าแม้ในอดีตจำนวน สส. เขต ในภาคกลางอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่พรรครวมไทยสร้างชาติยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยมี สส. บัญชีรายชื่อในสัดส่วนภาคกลางคอยประสานงานและขับเคลื่อนนโยบายอย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักว่า "ความถูกต้องมาก่อนความถูกใจ" แม้บางนโยบายอาจต้องใช้เวลาในการอธิบายหรือต่อสู้กับระบบโครงสร้างที่ฝังรากลึกมานาน แต่ก็เลือกที่จะเดินหน้าทำประโยชน์ให้บ้านเมืองอย่างยั่งยืน มากกว่า "นโยบายประชานิยมระยะสั้น"
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ กล่าวถึงปัญหาเรื่องพลังงาน โดยระบุว่าเนื่องจากกฎหมายมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทำให้ต้องใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียดกว่า 6 เดือนเพื่อให้เข้าใจระบบอย่างถ่องแท้ รวมถึงต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาและการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายที่จะออกมานั้นจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างถาวรและเป็นธรรมที่สุด ซึ่งนโยบาย 6 เสาหลัก โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคแรกที่นำเสนออย่างชัดเจน ทั้งเสรีโซลาร์ ค่าไฟหน่วยละ 3.3 บาท และน้ำมันลิตรละ 25 บาท ซึ่งการปรับลดค่าไฟในอดีตจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาท ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังทำให้หนี้ของ กฟผ. ลดลงจากประมาณ 99,000 ล้านบาท เหลือราว 44,000 ล้านบาท สะท้อนว่าการลดราคาและการแก้ปัญหาหนี้สามารถทำควบคู่กันได้
.
พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ยังระบุถึงนโยบายด้านความมั่นคง โดยประกาศจุดยืน "พิทักษ์เอกราช" ยกเลิก MOU 43-44 นโยบาย "พิฆาตคนชั่ว" โทษประหารชีวิตสำหรับผู้ทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนกลุ่มราชายาเสพติดจะถูกส่งไปคุมขังใน "คุกกลางทะเล" ส่วนนโยบายด้านการศึกษาเสนอ "ไม่มีสอบเข้า แต่มีสอบจบ" เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนตามความสมัครใจ นอกจากนี้ยังเสนอแก้ปัญหาเครดิตบูโรเปลี่ยนเป็นระบบ Credit Scoring และสนับสนุนวัยทำงานด้วยการนำกองทุน LTF วงเงิน 500,000 บาท กลับมาใช้ลดหย่อนภาษี รวมทั้งยังเสนอปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการเป็น 1,500 บาทถ้วนหน้า ด้านการเกษตร เสนอลดต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ยและพลังงาน แทนการใช้ระบบจำนำหรือประกันราคาแบบเดิมที่มักจะเอื้อประโยชน์ให้แก่โรงสีหรือนายทุนมากกว่าเกษตรกร
.
สำหรับบรรยากาศการเมืองของพรรครวมไทยสร้างชาติ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ระบุว่าจากการลงพื้นที่ เสียงตอบรับจากประชาชนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น "แม้จะยังไม่ยืนยันว่าจะเลือกหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มและไม่มีการต่อต้านเหมือนที่ผ่านมา"
.
ส่วนปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและทุนสีเทา พันเอก เฟื่องวิชชุ์ระบุว่ายังมี "ทุนปีศาจ" ซึ่งร้ายแรงกว่า และเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำร้ายคนไทยทั้งประเทศ นอกจากนี้ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ประกาศชัดเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า "ไม่เห็นชอบ โดยได้วิจารณ์แนวทางของรัฐบาลว่าเป็นการพยายาม "โยนทิ้ง" หรือ "ฉีก" รัฐธรรมนูญ ปี 2560 เพื่อเขียนใหม่ทั้งฉบับ และ การที่พรรคการเมืองต่างๆออกมาบอกว่า "ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2" เป็นเพียงวาทกรรมที่ไร้สาระ เพราะในความเป็นจริงพระราชอำนาจเกี่ยวข้องกับหลายมาตรา หากมีการเขียนใหม่ทั้งหมด สิ่งที่ปกป้องมาตลอดจะหายไปทันที
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ


