ตามแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายการกระจายความเจริญของประเทศ พรรคมีนโยบายเรือธงให้เป็นไป เพื่อการสร้างให้ประเทศไทยยุคใหม่สำหรับโลกในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ผ่านนโยบาย ๑๐ มหานคร นโยบายนี้เป็นการวางแนวทางและเป้าหมายในการสร้าง ๑๐ มหานครให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผ่านการมีส่วนรวมในการออกแบบจังหวัดบ้านเกิดของตนเองแต่ละกลุ่มจังหวัดจะออกแบบสร้างมหานครในถิ่นฐานที่ตนเองอยู่ด้วยงบประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อสร้างให้เกิดมหานครแห่งภูมิภาค ๑๐ มหานครในแต่ละกลุ่มจังหวัด (กลุ่มจังหวัดเป็นการรวมตัวของ ๖ - ๘ จังหวัดข้างเคียง)
นโยบายของพรรคเรื่องการสร้างมหานครภูมิภาค ๑๐ แห่ง สามารถทำได้จริงโดยจะเริ่มดำเนินการผ่านวิธีการจัดสรรงบประมาณกระจายไปสู่กลุ่มจังหวัดเป้าหมายต่างๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ในการสร้างความเจริญให้กับทั่วทุกภูมิภาคให้เท่าเทียมกันดังเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีเมืองหลักๆ ที่เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม และ การปกครองภูมิภาคที่สำคัญ ดังนั้นเพื่อลดความแออัดและกระจายความเจริญออกจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองมหานครหลักเพียงเมืองเดียวของประเทศ และสร้างขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ในระดับภูมิภาค โดยให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการออกแบบ การบริหาร และการตรวจสอบ ผ่านงบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทของแต่ละกลุ่มจังหวัดของตนเอง
ที่ผ่านมามีแนวคิดในการกระจายความเจริญผ่านโครงการต่างๆ มากมาย แต่ปรากฎว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่มีการผลักดันจังหวัดเป้าหมายหลายจังหวัดมาเป็น ๑๐ ปี ด้วยเจตนาที่มุ่งมั่นในการพลิกโฉมประเทศไทย พรรคจึงมีนโยบายที่จะยกระดับให้จังหวัดเป็นมหานครได้ด้วยการแปรสภาพจังหวัดเป้าหมาย ให้มีอำนาจบริหารจัดการงบประมาณให้มากขึ้นถึงระดับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อจังหวัด แต่หัวใจของนโยบายไม่ได้อยู่แค่การมอบงบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีในการพัฒนาจังหวัดของตนเอง แต่เป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการทั้งในเรื่อง การออบแบบความต้องการ การบริหาร และการตรวจสอบโดยภาคประชาชน
การเริ่มต้นด้วยการออกแบบตามความต้องการของประชาชนในจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด โดยจะถือเป็นความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นเป็นสำคัญ มีการแบ่งความร่วมมือประสานในการเลือกโครงการย่อยต่างๆ ระหว่างประชาชนกับรัฐ โดยแบ่งให้รัฐส่วนกลางจะเป็นผู้กำหนดกรอบรายการและมีรายการย่อยของโครงการเพื่อสาธารณะต่างๆ ให้ประชาชนเลือกที่จะใช้ในโครงการ ในขณะที่ประชาชนในท้องถิ่นจะเป็นคนเลือกว่าต้องการทำโครงการย่อยอะไรบ้าง โดยจะต้องเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการที่จะพัฒนาจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดบ้านเกิดของตน เพื่อให้โตไปในทิศทางไหนจนสามารถกลายเป็นมหานครภูมิภาคด้วยการใช้งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านต่อปี
โดยรายการโครงการพื้นฐานต่างๆ ที่ประชาชนต้องการที่จะพัฒนานั้น จะมีการแบ่งเป็นกรอบงานด้านต่างๆ เช่น งานด้านการสาธารณสุข งานด้านการศึกษา งานด้านการท่องเที่ยว งานด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ในแต่ละกรอบงานด้านต่างๆ นั้นจะมีรายการกลางให้เลือก (List) โดยรายการโครงการสาธารณะเบื้องต้นทั้งหมดจะสร้างจากผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนช่วยกันกำหนด เช่น สภาพัฒน์ สภาอุตสาหกรรม และ หอการค้า โดยในรายการทั้งหมด (All List) จะมีรายชื่อโครงการ ขนาด รวมทั้งกรอบราคางบประมาณต่อหน่วย
โดยจะมีโครงการสาธารณะที่นำเสนอให้กับประชาชนในพื้นที่เลือกตามรายการที่ประชาชนต้องการเพื่อประโยชน์สาธารณะในการสร้างมหานครภูมิภาคแต่ละแห่งในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี อาทิเช่น โรงพยาบาลรัฐขนาดกลางขนาดใหญ่ สร้างขยายหรือยกระดับสนามบินนานาชาติ ท่าเรือขนาดต่างๆ แลนด์มาร์คสำหรับการท่องเที่ยว สะพานทางข้าม รถขนส่งสาธารณะ รถรางรถไฟฟ้าขนาดเบา โรงเรียนรัฐ ๓ ภาษา ทุนการศึกษาสาขาที่ขาดแคลน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สายการบินระหว่างจังหวัด ศูนย์กีฬาแต่ละพื้นที่ โรงกำจัดขยะรีไซเคิล ระบบกำจัดน้ำเสีย ไฟฟ้าชุมชน ประปาชุมชน บ้านพักคนชรา และ/หรือ รายการอื่นๆ ที่เป็นรายการกลางที่รัฐและเอกชนเป็นผู้ตามที่สภาพัฒน์ สภาอุตสาหกรรม และหอการค้าจังหวัดเห็นว่าเหมาะสม ประชาชนในพื้นที่จะเป็นผู้เลือกโครงการสาธารณะต่างๆ ตามรายการ (List) โดยโหวตจากชาวบ้านเพื่อเป็นการออกแบบว่าจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดของตนเองต้องการสร้างหรือดำเนินการอะไรในงบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี
นอกจากการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการออกแบบแล้ว ประชาชนจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนงานผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด (กรณีที่จังหวัดได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด) หรือ นายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาจังหวัด และสุดท้ายประชาชนในแต่ละท้องถิ่นจะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณผ่านการตรวจสอบขององค์กรอิสระภาคประชาชน
ภายใน ๔ ปี เมื่อจัดสรรงบประมาณให้ประชาชนใน ๑๐ จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดๆ ละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี จะเท่ากับมีเงินงบประมาณมากถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกระจายอยู่ในพื้นที่ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่จะเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคมีความพร้อมในการรองรับการขยายตัวของประชากร จะเริ่มมีการเคลื่อนย้ายคนเข้าสู่แหล่งความเจริญที่ได้ถูกสร้างขึ้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจะสามารถเดินทางเข้าถึงง่ายและสะดวกสบายขึ้น ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเพราะสามารถเดินทางไปสู่จังหวัดต่างๆ ที่ถูกยกระดับขึ้นมาได้สะดวกและง่ายขึ้น แหล่งท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คต่างๆ จะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการขยายโอกาสในการโปรโมทการท่องเที่ยว
เมื่อความเจริญถูกส่งผ่านไปภูมิภาคมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ชาวต่างชาติที่ต้องการมาอาศัยระยะยาว (Long Stay Visiting) อยู่ในประเทศไทยจะมีมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน ๔๐ ล้านคน พรรคคาดหวังว่าเมื่อมีการดำเนินการตามนโยบายนี้แล้ว จะสามารถเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่าจนมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง ๘๐ ล้านคนได้ภายใน ๑๐ ปี
เป้าหมายหลักของนโยบาย คือการลดความเหลื่อมล้ำ กระจายงบประมาณและอำนาจการตัดสินใจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้หัวเมืองใหญ่สามารถจัดการตนเองได้ โดยจะเกิดการสร้างศูนย์กลางใหม่ของจังหวัดในเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมใหม่ โดยจะมีการเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ เข้าหากัน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และ ท่าเรือ เพื่อเชื่อมหัวเมืองเหล่านี้เข้ากับประเทศเพื่อนบ้านและตลาดโลก
แม้ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาเมืองรองหลายจังหวัด ตามที่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีสภาพัฒน์เป็นหน่วยงานออกแบบ แต่ในความเป็นจริงนั้นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ หรือช่วยในการผลักดันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นการวางแผนและการดำเนินการจากส่วนกลาง และที่สำคัญงบประมาณที่ได้รับแต่ละปีก็จะถูกกำหนดให้ตามความประสงค์จากส่วนกลางว่าจะให้จังหวัดไหนและให้ทำอะไร จึงมีแต่ปัญหาที่ไม่สามารถสร้างหรือกระจายความเจริญในระดับภูมิภาคตามที่คาดหวังได้