“นราพัฒน์” ผ่าวิกฤตมะพร้าวน้ำหอมราคาดิ่ง จี้รัฐหนุนเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการแปรรูป สร้างอำนาจต่อรองราคาผ่าน ‘สหกรณ์เกษตร-อตก.’
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
54 ผู้เข้าชม

“นราพัฒน์” ผ่าวิกฤตมะพร้าวน้ำหอมราคาดิ่ง จี้รัฐหนุนเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการแปรรูป สร้างอำนาจต่อรองราคาผ่าน ‘สหกรณ์เกษตร-อตก.’ แนะปั้นสินค้ามะพร้าวน้ำหอมระดับพรีเมียมบุกตลาดโลก พร้อมสกัดล้งต่างชาติ ฮั้วกดราคา ลักลอบสวมสิทธิ์
.
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมเผชิญวิกฤตหนัก หลังราคาผลผลิตเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ตกต่ำในรอบหลายปี จากเดิมที่เคยมีราคาลูกละ 30 บาท โดยระบุว่า ต้นตอสำคัญมาจากปัญหาสินค้าล้นตลาดที่ประจวบเหมาะกับการที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขยายตลาดได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าคืออาจมีกระบวนการ ‘รวมหัวกดราคา’ เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นผู้ถือครองช่องทางจำหน่ายและตลาดปลายทาง จึงอาจมีการตกลงกดราคารับซื้อ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในซัพพลายเชนส่วนนี้ ทำให้เป็นฝ่ายเสียเปรียบและต้องยอมรับราคาที่ไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด
.
นายนราพัฒน์ ยังได้เสนอ 3 แผนยุทธศาสตร์ที่จะแก้ปัญหานี้ โดยในระยะสั้น ภาครัฐต้องหยุดราคาดิ่งด้วยการแทรกแซงราคาเชิงรุก โดดเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด เพื่อสร้างสมดุลราคาด้วยการอนุมัติงบประมาณจัดตั้งกองทุนรับซื้อสินค้าเกษตร เข้าช้อนซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรทันที ซึ่งเป็นการดึงซัพพลายออกจากมือผู้ส่งออกหรือผู้ประกอบการรายใหญ่มาไว้ในมือรัฐ และสิ่งสำคัญคือรัฐต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่าง “คลังสินค้าและห้องเย็น (Cold Storage)” เพื่อเก็บรักษามูลค่าและคุณภาพของสินค้าเกษตรไว้รอจังหวะการระบายออกสู่ตลาดที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยทลายอำนาจการกดราคาจากกลุ่มทุนปลายทางได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ขณะที่มาตรการระยะกลาง นายนราพัฒน์ เสนอให้มีการปัดฝุ่นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่โดยตรง อาทิ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) รวมถึงการปฏิรูปบทบาทของ ‘สหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ’ ซึ่งปัจจุบันมักเน้นไปที่ธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งรัฐต้องผลักดันให้สหกรณ์เหล่านี้กลับมาเป็นฟันเฟืองหลักในการรวบรวมสินค้าเพื่อการส่งออก และส่งเสริมให้มีโรงงานแปรรูป เพื่อเปลี่ยนผ่านเกษตรกรจากการขายผลผลิตมาเป็นการขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรและสร้างอำนาจต่อรองที่เป็นธรรมผ่านกลไกสหกรณ์ที่เข้มแข็ง
.
นายนราพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า มาตรการระยะยาวคือภาครัฐต้องมีส่วนสนับสนุนทำให้มะพร้าวน้ำหอมและผลผลิตของไทยเป็นสินค้าพรีเมียมระดับโลก เช่น น้ำมะพร้าว น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิก น้ำมันมะพร้าว หรือการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเวชสำอาง ซึ่งรัฐต้องทำงานเชิงรุกผ่าน ‘ทูตเกษตร’ และ ‘ทูตพาณิชย์’ ในการเจรจาขอโควตาตลาดโดยตรงกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อระบายสินค้าผ่านตัวแทนการค้าของไทยเอง ทดแทนการพึ่งพานายทุนต่างชาติเพียงอย่างเดียว
.
นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ยังเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ ซึ่งเป็นการทำลายกลไกราคาภายในประเทศ โดยจี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมวิชาการเกษตร ศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบที่ชายแดนอย่างเข้มงวด ตรวจสอบการเข้ามาของล้งต่างชาติที่ใช้กลยุทธ์กว้านซื้อราคาดีในช่วงแรกเพื่อฝังตัวและทำลายระบบ SME ไทย ก่อนจะเข้าคุมตลาดและกดราคาในภายหลัง ดังนั้น รัฐจึงต้องเร่งเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในฐานะเจ้าของซัพพลายเชนอย่างแท้จริง
.
“หากเราไม่เปลี่ยนวิธีคิดจากการขายผลผลิต มาเป็นการทำธุรกิจการเกษตรที่มีอุตสาหกรรมรองรับ และรัฐไม่กล้าที่จะเข้าไปบริหารจัดการอย่างจริงจัง เกษตรกรไทยก็จะยังคงติดอยู่ในวังวนเดิมๆ ทางรอดเดียวคือต้องดึงเกษตรกรจากผู้ผลิตเป็นผู้ประกอบการและสามารถเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนให้ได้” นายนราพัฒน์ กล่าว
.
ผลิตโดย : พรรครวมไทยสร้างชาติ 35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลาที่ปรากฏ
.
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมเผชิญวิกฤตหนัก หลังราคาผลผลิตเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ตกต่ำในรอบหลายปี จากเดิมที่เคยมีราคาลูกละ 30 บาท โดยระบุว่า ต้นตอสำคัญมาจากปัญหาสินค้าล้นตลาดที่ประจวบเหมาะกับการที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขยายตลาดได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าคืออาจมีกระบวนการ ‘รวมหัวกดราคา’ เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นผู้ถือครองช่องทางจำหน่ายและตลาดปลายทาง จึงอาจมีการตกลงกดราคารับซื้อ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในซัพพลายเชนส่วนนี้ ทำให้เป็นฝ่ายเสียเปรียบและต้องยอมรับราคาที่ไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด
.
นายนราพัฒน์ ยังได้เสนอ 3 แผนยุทธศาสตร์ที่จะแก้ปัญหานี้ โดยในระยะสั้น ภาครัฐต้องหยุดราคาดิ่งด้วยการแทรกแซงราคาเชิงรุก โดดเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด เพื่อสร้างสมดุลราคาด้วยการอนุมัติงบประมาณจัดตั้งกองทุนรับซื้อสินค้าเกษตร เข้าช้อนซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรทันที ซึ่งเป็นการดึงซัพพลายออกจากมือผู้ส่งออกหรือผู้ประกอบการรายใหญ่มาไว้ในมือรัฐ และสิ่งสำคัญคือรัฐต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่าง “คลังสินค้าและห้องเย็น (Cold Storage)” เพื่อเก็บรักษามูลค่าและคุณภาพของสินค้าเกษตรไว้รอจังหวะการระบายออกสู่ตลาดที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยทลายอำนาจการกดราคาจากกลุ่มทุนปลายทางได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ขณะที่มาตรการระยะกลาง นายนราพัฒน์ เสนอให้มีการปัดฝุ่นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่โดยตรง อาทิ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) รวมถึงการปฏิรูปบทบาทของ ‘สหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ’ ซึ่งปัจจุบันมักเน้นไปที่ธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งรัฐต้องผลักดันให้สหกรณ์เหล่านี้กลับมาเป็นฟันเฟืองหลักในการรวบรวมสินค้าเพื่อการส่งออก และส่งเสริมให้มีโรงงานแปรรูป เพื่อเปลี่ยนผ่านเกษตรกรจากการขายผลผลิตมาเป็นการขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรและสร้างอำนาจต่อรองที่เป็นธรรมผ่านกลไกสหกรณ์ที่เข้มแข็ง
.
นายนราพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า มาตรการระยะยาวคือภาครัฐต้องมีส่วนสนับสนุนทำให้มะพร้าวน้ำหอมและผลผลิตของไทยเป็นสินค้าพรีเมียมระดับโลก เช่น น้ำมะพร้าว น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิก น้ำมันมะพร้าว หรือการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเวชสำอาง ซึ่งรัฐต้องทำงานเชิงรุกผ่าน ‘ทูตเกษตร’ และ ‘ทูตพาณิชย์’ ในการเจรจาขอโควตาตลาดโดยตรงกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อระบายสินค้าผ่านตัวแทนการค้าของไทยเอง ทดแทนการพึ่งพานายทุนต่างชาติเพียงอย่างเดียว
.
นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ยังเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ ซึ่งเป็นการทำลายกลไกราคาภายในประเทศ โดยจี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมวิชาการเกษตร ศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบที่ชายแดนอย่างเข้มงวด ตรวจสอบการเข้ามาของล้งต่างชาติที่ใช้กลยุทธ์กว้านซื้อราคาดีในช่วงแรกเพื่อฝังตัวและทำลายระบบ SME ไทย ก่อนจะเข้าคุมตลาดและกดราคาในภายหลัง ดังนั้น รัฐจึงต้องเร่งเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในฐานะเจ้าของซัพพลายเชนอย่างแท้จริง
.
“หากเราไม่เปลี่ยนวิธีคิดจากการขายผลผลิต มาเป็นการทำธุรกิจการเกษตรที่มีอุตสาหกรรมรองรับ และรัฐไม่กล้าที่จะเข้าไปบริหารจัดการอย่างจริงจัง เกษตรกรไทยก็จะยังคงติดอยู่ในวังวนเดิมๆ ทางรอดเดียวคือต้องดึงเกษตรกรจากผู้ผลิตเป็นผู้ประกอบการและสามารถเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนให้ได้” นายนราพัฒน์ กล่าว
.
ผลิตโดย : พรรครวมไทยสร้างชาติ 35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลาที่ปรากฏ


