แชร์

ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน! "นราพัฒน์" ลั่น รทสช. สส. น้อยแต่คุณภาพคับแก้ว ชูผลงาน "พีระพันธุ์" ลดค่าพลังงาน

อัพเดทล่าสุด: 13 ก.ค. 2026
21 ผู้เข้าชม
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ตัวต่อตัว” ทาง ททบ.5 ถึงทิศทางการทำงานของพรรคภายหลังเข้าร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่า แม้พรรคจะมี สส. เพียง 2 คน คือ นายชัชวาลล์ คงอุดม และ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แต่ยังเดินหน้าผลักดันนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง
.
วางเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ดัน 2 กฎหมาย “เครดิตบูโร-โซลาร์เสรี”
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล พรรคก็มีข้อจำกัดในการผลักดันกฎหมายเพราะจำนวนเสียงไม่เพียงพอ เมื่อได้รับการทาบทามให้ร่วมรัฐบาล จึงเสนอเงื่อนไขให้ผลักดันร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างกฎหมายเครดิตบูโร และร่างกฎหมายโซลาร์เสรี ซึ่งรัฐบาลตอบรับแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร
.
หนุนทุกนโยบายที่เป็นประโยชน์ ย้ำ “ปฏิรูปพลังงาน” ต้องเดินหน้า
นายนราพัฒน์ ระบุว่า รทสช. พร้อมสนับสนุนให้รัฐบาลนำนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมาใช้ ไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน หากช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่ยังตั้งข้อสังเกตว่า ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศยังไม่ลดลงในทิศทางเดียวกัน เพราะยังอ้างอิงราคาสิงคโปร์ จึงเสนอให้รัฐทบทวนกลไกดังกล่าวและเปลี่ยนใช้การอ้างอิงราคาตลาดโลก
.
ย้ำ “พีระพันธุ์” ไม่ได้ลดบทบาท ลุยร่างกฎหมายปฏิรูปพลังงานคืบหน้ากว่า 90%
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ได้ถอยจากการเมือง แต่เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ทำหน้าที่ในสภา ส่วนตัวท่านก็มุ่งศึกษากฎหมายและจัดทำร่างกฎหมายปฏิรูปพลังงาน 2 ฉบับ ซึ่งมีความคืบหน้ากว่า 90% ครอบคลุมการยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกำหนดราคาพลังงานจากต้นทุนที่แท้จริง พร้อมยืนยันว่า “หากไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเมือง ก็พร้อมใช้สิทธิประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ”
.
ชู “ศาลที่ดิน - เชื่อมตลาดเกษตร” เพิ่มอำนาจต่อรองเกษตรกร
นายนราพัฒน์ ระบุว่า พรรคยังเดินหน้าสร้างเครือข่ายภาคเกษตร เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ประกอบการและโรงงานแปรรูป เพื่อเพิ่มช่องทางตลาด พร้อมผลักดันแนวคิดจัดตั้ง “ศาลที่ดิน” เพื่อเร่งแก้ข้อพิพาทด้านที่ดินโดยเฉพาะ
.
ดัน “แปรรูปสินค้าเกษตร” เพิ่มมูลค่าแทนขายผลผลิต
นายนราพัฒน์ เห็นว่า การแก้ปัญหาราคาพืชผลต้องเปลี่ยนจากการ “ขายผลผลิต” ไปสู่การ “ขายผลิตภัณฑ์ ” โดยเสนอให้รัฐลงทุนสร้างโรงงานหรือศูนย์แปรรูปให้เกษตรกรใช้ร่วมกัน พร้อมสนับสนุนระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งที่เชื่อมโรงงานกับเกษตรกร ลดต้นทุนและมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน
.
รวมทั้งเสนอให้เปิดโอกาสประชาชนใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ แต่ไม่ควรเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์เอกชน เพื่อป้องกันการเก็งกำไรและการบุกรุกในอนาคต
.
รื้อฟื้น “ปุ๋ยแห่งชาติ-อาเซียนโปแตช” ลดต้นทุนเกษตรกร
นายนราพัฒน์ เสนอให้รื้อฟื้นโครงการอาเซียนโปแตชและโครงการปุ๋ยแห่งชาติ ใช้ทรัพยากรโปแตชของไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อลดการนำเข้าและสร้างความมั่นคงด้านปุ๋ย ควบคู่กับการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฟื้นฟูคุณภาพดิน และส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ พร้อมระบุว่า โครงการใช้งบประมาณระดับหลักหมื่นล้านบาท แต่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับงบช่วยเหลือภาคเกษตรที่รัฐใช้นับแสนล้านบาทต่อปี และจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลผลิต รวมถึงสร้างรายได้กลับคืนสู่รัฐในระยะยาว
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ลดต้นทุนเกษตรกรทุกมิติ ทั้งราคาปุ๋ย น้ำมัน ค่าไฟ สนับสนุนโดรนและเทคโนโลยีการเกษตร รวมถึงการรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น “ครัวของโลก”
.
ชี้! กติกาเลือกตั้งเอื้อพรรคใหญ่ เสนอปฏิรูปสื่อและป้ายหาเสียง
นายนราพัฒน์ เห็นว่า การแข่งขันทางการเมืองปัจจุบันเอื้อพรรคขนาดใหญ่และผู้มีทุนมากกว่า จึงเสนอให้ทบทวนกฎหมายเลือกตั้ง เปิดพื้นที่สื่ออย่างเท่าเทียม ใช้คำถามมาตรฐานเดียวกันในการดีเบต และศึกษารูปแบบการหาเสียงของญี่ปุ่นที่ใช้ป้ายหาเสียงขนาดมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน
.
ประเมิน “รัฐบาล” ไปต่อได้ แต่เตือน “สนิมเกิดแต่เนื้อใน”
นายนราพัฒน์ ประเมินว่า รัฐบาลยังมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุทางการเมือง พร้อมย้ำว่า รทสช. จะโฟกัสการทำหน้าที่ของตนเอง ทั้งการผลักดันกฎหมาย ลงพื้นที่พบประชาชน และเสนอแนวทางลดต้นทุนการผลิต โดยเชื่อว่า “ผลงานของรัฐบาลสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน”
.
ชี้ผลงาน “พีระพันธุ์” ช่วยลดค่าพลังงาน ย้ำ รทสช. เดินหน้าผลักดันนโยบายแม้มี สส. 2 คน
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ในช่วงที่นายพีระพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สามารถลดค่าไฟฟ้า ตรึงราคาน้ำมัน และตรึงราคาก๊าซหุงต้มได้ แต่ภายหลังพ้นจากตำแหน่ง ราคาพลังงานกลับทยอยปรับสูงขึ้น
.
รวมทั้งยังย้ำถึงหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลว่า นายชัชวาลล์ และ ดร.อรรถวิชช์ จะคอยประสานงานระหว่างพรรคการเมืองกับรัฐมนตรี เพื่อผลักดันนโยบายต่าง ๆ โดยยอมรับว่า การมี สส. เพียง 2 คน ทำให้การขับเคลื่อนบางเรื่องทำได้ไม่เต็มที่ แต่ยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้านำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้