แชร์

“ศศิกานต์” จี้ “สธ.” รื้อระบบสาธารณสุขครั้งใหญ่ ชู 3 มาตรการเด็ดขาด หลังเกิดเหตุสลด “สามีครูทราย-โต๊ะจีน ICU”

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ค. 2026
69 ผู้เข้าชม

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรองโฆษกรัฐบาล โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุสูญเสียต่อเนื่องจากกรณีสามีครูทรายที่จังหวัดราชบุรี และล่าสุดกรณีทารกวัย 5 วันเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอ่างทอง พร้อมเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาด เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้ระบบสาธารณสุขไทย
.
นางสาวศศิกานต์ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งจากเหตุการณ์การเสียชีวิตของทารกวัย 5 วัน ที่โรงพยาบาลอ่างทอง แม้ผลทางการแพทย์จะระบุว่าทารกเสียชีวิตจากความรุนแรงของโรค แต่ภาพการจัดเลี้ยงสังสรรค์โต๊ะจีนภายในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) สะท้อนให้เห็นถึงการละเลยมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อขั้นพื้นฐานของผู้มีอำนาจในระบบอย่างชัดเจน
.
“เหตุการณ์ทั้งสองเรื่องนี้กำลังบอกเราว่า กระทรวงสาธารณสุขมีขยะกองใหญ่อยู่ใต้พรม และพรมผืนนั้นกำลังถูกเปิดขึ้นมาโดยมีชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพัน เราไม่อาจปล่อยให้ทุกความสูญเสียจบลงแค่การไหว้สวยออกสื่อได้อีกต่อไป” ศศิกานต์ กล่าว
.
ทั้งนี้ นางสาวศศิกานต์ ยังได้เสนอ 3 มาตรการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขใช้กฎหมายในมือจัดการอย่างเด็ดขาด ดังนี้
.
1. ใช้กฎหมายคุมมาตรฐานสถานพยาบาลอย่างเด็ดขาด โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 34 และ 35 ที่กำหนดให้ผู้บริหารต้องควบคุมดูแลสถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด
.
สำหรับกรณีโรงพยาบาลอ่างทองนั้น หากผลการตรวจสอบพบว่าการใช้ห้อง ICU เด็กอ่อนจัดเลี้ยงโต๊ะจีนมีความเสี่ยงต่อสุขอนามัย ขอเสนอให้ใช้บทลงโทษตามมาตรา 50 สั่งปรับปรุงหรือพักใช้ใบอนุญาตทันที ส่วนกรณีโรงพยาบาลที่ จ.ราชบุรี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ต้องตรวจสอบมาตรฐานการคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างเข้มงวด และเอาผิดตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
.
2. ล้างบางระบบสองมาตรฐาน ยกระดับโรงพยาบาลคู่สัญญา โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 10 ที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ จึงเสนอให้ออกประกาศกระทรวงเพื่อตรวจสอบโรงพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสุขภาพทั่วประเทศ
.
หากพบกรณีปล่อยให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่มีความพร้อมมาปฏิบัติงานในจุดวิกฤตจนนำไปสู่ความสูญเสีย จะต้องใช้มาตรการลงโทษทางสัญญา เช่น การลดโควตาผู้ประกันตน หรือยกเลิกสัญญา (Blacklist) ทันที
.
3. เอาผิดทางวินัยและอาญากับผู้บริหารที่ปล่อยปละละเลย โดยต้องยกเลิกวัฒนธรรมการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในเพื่อยื้อเวลา และยึดหลักการตรวจสอบอย่างโปร่งใสไม่ใช่การตรวจสอบกันเองภายใน หากพบว่าผู้บริหารโรงพยาบาลละเลยหน้าที่จนทำให้ประชาชนต้องสูญเสียชีวิต จะต้องถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ว่าด้วยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงรับโทษทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น
.
“ถึงเวลาที่เราต้องล้างบางครั้งใหญ่กับขยะใต้พรม เพื่อดึงความเชื่อมั่นของคนไทยคืนมา อย่าให้ทุกเคส จบลงแค่การไหว้สวยออกสื่อ” ศศิกานต์ กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้