รู้ทัน Data Center : ลงทุนใหญ่ กระทบใคร?

Data Center เกี่ยวอะไรกับชีวิตประจำวันของเรา?

Data Center คือสถานที่ที่ใช้เก็บและประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
.
ข้อมูลธนาคาร แอปในมือถือ การซื้อของออนไลน์ ระบบคลาวด์ และ AI ล้วนต้องอาศัย Data Center ในการทำงาน
.
ดังนั้น เมื่อ Data Center เพิ่มขึ้น เรื่องนี้จึงไม่ได้เกี่ยวแค่กับบริษัทเทคโนโลยี แต่เกี่ยวกับไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และข้อมูลของเราด้วย
สิ่งที่ประชาชนควรติดตามเมื่อ Data Center เพิ่มขึ้นคืออะไร?
หลัก ๆ คือ ไฟฟ้าจะเพียงพอหรือไม่ น้ำจะเพียงพอหรือไม่ ชุมชนจะได้รับผลกระทบหรือไม่ และข้อมูลของประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน
.
คำถามจึงไม่ใช่แค่ “ลงทุนเท่าไร” แต่คือ การลงทุนเหล่านี้จะใช้ทรัพยากรอย่างไร และมีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร
รทสช. มองการเติบโตของ Data Center อย่างไร?
รทสช. เสนอให้การขยายตัวของ Data Center เดินควบคู่กับการกำกับดูแล ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเรื่องเงินลงทุนหรือการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
.
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอให้ภาครัฐเร่งวางมาตรการด้านความมั่นคงไซเบอร์และธรรมาภิบาล โดยต้องตอบให้ได้ว่า ใครเป็นเจ้าของ ใครควบคุม ใครเข้าถึงข้อมูล ใครตรวจสอบ และใครต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา
.
ข้อเสนอยังครอบคลุมการจำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การแยกระบบทดสอบออกจากระบบจริง การบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล การประเมินความเสี่ยงจากบุคคลภายใน และการรับมือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ
แล้ว รทสช. เสนอให้กำกับ “พื้นที่ตั้ง Data Center” อย่างไร?
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งพิจารณาว่า Data Center เข้าข่ายเป็นโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงานหรือไม่
.
หากกฎหมายยังไม่ชัดเจน เสนอให้พิจารณาออกกฎกระทรวงกำหนด Data Center เป็น “โรงงานประเภทที่ 108” เพื่อให้มีกลไกทางกฎหมายในการกำกับเรื่องพื้นที่ตั้ง ความปลอดภัย มลพิษ เสียง ความร้อน และผลกระทบต่อชุมชน
แล้วเรื่องค่าไฟ Data Center รทสช. เสนออะไร?
ดร.อรรถวิชช์เสนอให้รัฐบาลเร่งกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ Data Center ให้สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะต้นทุนจากการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากและการลงทุนเพื่อรองรับโครงข่าย
.
แนวคิดสำคัญคือ หาก Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการรองรับการใช้ไฟฟ้าดังกล่าวควรถูกนำมาพิจารณาในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าอย่างเหมาะสม หากไม่มีการกำหนดอัตราที่สะท้อนต้นทุน อาจเพิ่มภาระทางการเงินให้การไฟฟ้าและกระทบต่อรายได้ของรัฐ
Data Center ใช้ไฟฟ้ามากแค่ไหน?

ใช้ไฟฟ้ามาก เพราะระบบต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และต้องมีระบบทำความเย็น รวมถึงระบบสำรองไฟและระบบประกอบอื่น ๆ
.
BOI ระบุว่า โครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนช่วงปี 2567–2569 จำนวน 42 โครงการ มี IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ และมีเงินลงทุนรวมประมาณ 750,000 ล้านบาท
ถ้า Data Center ใช้ไฟมาก จะกระทบไฟฟ้าของประชาชนหรือไม่?
การมี Data Center เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าไฟฟ้าของประชาชนจะไม่เพียงพอโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาทั้งกำลังผลิต ระบบสายส่ง ระบบจำหน่าย และการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า
.
แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ เมื่อมีการเพิ่มโหลดขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้ามีความพร้อมรองรับหรือไม่ และต้นทุนในการขยายระบบควรถูกจัดสรรอย่างเหมาะสมอย่างไร
.
พูดง่าย ๆ คือ Data Center ต้องมีไฟใช้ แต่ไฟที่ประชาชนใช้ในบ้านและธุรกิจก็ต้องเพียงพอและมั่นคงเช่นกัน
Data Center ในกรุงเทพฯ ใช้ไฟมากแค่ไหน?
ข้อมูล JustPow ซึ่งรวบรวมข้อมูลสาธารณะพบ Data Center ในกรุงเทพฯ 34 โครงการ โดยโครงการที่สามารถระบุความต้องการใช้ไฟฟ้าได้มีความต้องการใช้ไฟอย่างน้อย 247.2 เมกะวัตต์
.
แบ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 127 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อสร้าง 95.2 เมกะวัตต์ และมีแผนก่อสร้างอีก 25 เมกะวัตต์
.
ขณะที่ กทม. สำรวจพบ Data Center 49 แห่ง ใช้ไฟรวมประมาณ 270 เมกะวัตต์ เทียบกับการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของกรุงเทพฯ ประมาณ 9,000 เมกะวัตต์ หรือไม่ถึงร้อยละ 3
Data Center ใช้น้ำมากแค่ไหน?

Data Center ใช้น้ำ โดยเฉพาะในระบบทำความเย็น และปริมาณการใช้จะแตกต่างกันตามเทคโนโลยีและระบบระบายความร้อนของแต่ละแห่ง
.
จากการประเมินข้อมูลของ JustPow Data Center ในกรุงเทพฯ 34 โครงการ มีปริมาณการใช้น้ำที่ประเมินได้ประมาณ 4.43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
.
ขณะที่ กทม. ระบุว่า การใช้น้ำประปาของ Data Center ในกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
ถ้า Data Center อยู่ใกล้บ้าน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง?
เรื่องที่ต้องติดตามมีทั้งเสียง การจราจร การใช้พื้นที่ ความร้อน ไฟฟ้า น้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และความปลอดภัย
.
โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชุมชน ประชาชนควรรู้ว่าโครงการมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบอย่างไร รวมถึงมีหน่วยงานใดรับผิดชอบและประชาชนสามารถร้องเรียนหรือตรวจสอบได้อย่างไร
.
ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับข้อเสนอของ รทสช. เรื่องการมีกลไกทางกฎหมายกำกับพื้นที่ตั้ง Data Center ให้ชัดเจนขึ้น
Data Center มีเครื่องปั่นไฟและน้ำมันสำรอง จะเป็นอันตรายหรือไม่?
Data Center ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อให้ระบบทำงานต่อเนื่องเมื่อไฟฟ้าหลักดับ จึงอาจมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง
.
กทม. สำรวจ Data Center ที่อยู่ในอาคารทั่วไป 43 แห่ง พบว่า 31 แห่งใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก จึงไม่ต้องขอใบอนุญาตสะสมน้ำมัน ส่วนอีก 12 แห่งมีการสะสมน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร และมีใบอนุญาตตามกฎหมาย
.
ดังนั้น ประเด็นสำคัญคือ ปริมาณน้ำมัน สถานที่จัดเก็บ ระบบความปลอดภัย และการตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย
ความร้อนจาก Data Center จะทำให้พื้นที่ร้อนขึ้นหรือไม่?
เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ IT ปล่อยความร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีระบบทำความเย็นและระบายความร้อน
.
งานวิจัยเกี่ยวกับ Data Heat Island ซึ่งศึกษาข้อมูลศูนย์ข้อมูลกว่า 6,000 แห่งทั่วโลก รายงานว่า บริเวณโดยรอบ Data Center บางพื้นที่มีอุณหภูมิพื้นผิวเพิ่มขึ้น และประเมินค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 องศาเซลเซียสหลังศูนย์ข้อมูลเริ่มดำเนินงาน โดยบางพื้นที่พบการเพิ่มขึ้นมากกว่านั้น
.
สำหรับ กทม. มีมาตรการติดตามอุณหภูมิและความชื้นบริเวณจุดกำเนิดและชุมชนโดยรอบ เพื่อใช้ติดตามผลกระทบจาก Data Center
ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนเกี่ยวข้องกับ Data Center อย่างไร?

ข้อมูลที่เราใช้ทุกวันอาจถูกเก็บหรือประมวลผลอยู่ใน Data Center เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร การซื้อสินค้า การใช้แอป และบริการออนไลน์ต่าง ๆ
.
แต่สิ่งที่ประชาชนควรรู้คือ ข้อมูลอยู่ที่ไหน ใครเข้าถึงได้ ใครเป็นผู้ควบคุม และหากเกิดปัญหาใครต้องรับผิดชอบ
.
จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “สถานที่เก็บข้อมูล” แต่เป็นเรื่องของสิทธิในการเข้าถึง การควบคุม และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วย
ถ้า Data Center ถูกแฮก ข้อมูลของประชาชนจะเป็นอย่างไร?
หาก Data Center หรือระบบที่เชื่อมต่อถูกโจมตี ข้อมูลที่อยู่ในระบบอาจได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทั้งหมดจะรั่วไหลโดยอัตโนมัติ เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะการโจมตีและระบบรักษาความปลอดภัยของแต่ละองค์กร
.
จึงต้องมีมาตรการ Cybersecurity หรือความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งระบบป้องกัน การกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การบันทึกการใช้งาน และการตรวจสอบว่าใครเข้าไปใช้ข้อมูลเมื่อใด
AI และ Data Center เพิ่มความเสี่ยงเรื่องข้อมูลหรือไม่?
AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากและเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ได้ จึงต้องกำหนดให้ชัดว่า AI เข้าถึงข้อมูลอะไรได้บ้าง ใครเป็นผู้ควบคุม ใครมีสิทธิเข้าถึง และมีระบบตรวจสอบการใช้ข้อมูลหรือไม่
.
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บ ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
.
รทสช. เสนอให้ภาครัฐกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน ตั้งแต่การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การแยกระบบทดสอบออกจากระบบจริง การบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึง ไปจนถึงการกำหนดผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ
ถ้าเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น Data Center เปลี่ยน แล้วข้อมูลของเราจะเป็นอย่างไร?
หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจควบคุม รัฐควรมีกลไกติดตามว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังอยู่ภายใต้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลตามกฎหมายหรือไม่
.
ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอของ รทสช. ที่ต้องการให้รัฐติดตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ Data Center หรือถือครองข้อมูลประชาชนจำนวนมาก
กรุงเทพฯ มี Data Center กี่แห่ง และอยู่ที่ไหนบ้าง?
กทม. สำรวจพบ Data Center 49 แห่ง แบ่งเป็น 43 แห่งที่อยู่ในอาคารทั่วไป และ 6 แห่งที่เป็น Stand Alone
.
ขณะที่ JustPow รวบรวมข้อมูลสาธารณะพบ 34 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการแล้ว 24 โครงการ อยู่ระหว่างก่อสร้าง 7 โครงการ และมีแผนก่อสร้าง 3 โครงการ
.
ในชุดข้อมูล 34 โครงการ พบการกระจุกตัวในห้วยขวาง 9 โครงการ บางนา 6 โครงการ และบางรัก 5 โครงการ
แล้วใครเป็นผู้ลงทุน และรัฐกำกับดูแลอย่างไร?
มีทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศเข้ามาลงทุน
.
BOI ระบุว่า ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 42 โครงการ เงินลงทุนรวมประมาณ 750,000 ล้านบาท และ IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์
.
เมื่อพิจารณาตามบริษัทแม่หรือผู้มีอำนาจควบคุมสูงสุด แบ่งเป็นไทย 15 โครงการ จีน 10 โครงการ สหรัฐอเมริกา 5 โครงการ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 โครงการ ญี่ปุ่น 2 โครงการ มาเลเซีย–ฮ่องกง 1 โครงการ และนักลงทุนสัญชาติอื่น 5 โครงการ
.
ส่วนการกำกับดูแล รัฐกำลังพิจารณาหลายด้าน ทั้งไฟฟ้า น้ำ พลังงาน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ทำเลที่ตั้ง และผลกระทบต่อชุมชน โดย กทม. ได้ตรวจสอบ Data Center ในพื้นที่และชะลอการพิจารณาโครงการใหม่บางส่วนเพื่อรอหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ขณะที่กระทรวงพลังงานเดินหน้าจัดระเบียบและตรวจสอบประเด็นด้านความปลอดภัย
แล้วประชาชนได้อะไรจากการกำกับดูแล Data Center ของรัฐ?
สิ่งสำคัญคือ ประชาชนควรได้รับความมั่นใจว่า การลงทุน Data Center มาพร้อมกับระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน ไฟฟ้าต้องเพียงพอและมั่นคง น้ำต้องบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนต้องได้รับการดูแล ข้อมูลประชาชนต้องมีความปลอดภัย และเมื่อเกิดปัญหาต้องรู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
.
.


