"อรรถวิชช์" ชี้ทางเศรษฐกิจไทย ชูปลดล็อกพลังงานสะอาด ฟื้นนวัตกรรมประเทศ ปราบโกงเด็ดขาด
อัพเดทล่าสุด: 21 ม.ค. 2026
90 ผู้เข้าชม

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงานเสวนานโยบายพรรคการเมืองหัวข้อ "นโยบายเศรษฐกิจและการต่อต้านคอร์รัปชัน"
.
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่มานาน เพราะ "ไม่มีนวัตกรรม" สาเหตุสำคัญคือประเทศไม่มีพลังงานสะอาดรองรับอุตสาหกรรมใหม่ หรือ New S-Curve อาทิ ธุรกิจเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และคลาวด์ นอกจากนี้ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง 55,000 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริงสูงสุดเพียง 36,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีไฟสำรองสูง ค่าไฟจึงแพง ทั้งนี้ ในช่วงที่พรรครวมไทยสร้างชาติบริหารกระทรวงพลังงาน 2 ปี ไม่เคยซื้อไฟใหม่ และสามารถลดค่าไฟลงได้ถึง 76 สตางค์ หรือราว 16%
.
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ทางออกคือการ "เปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์" ให้โรงงาน ร้านค้า และประชาชนผลิตไฟใช้เองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่กฎหมายดังกล่าวถูกยกเลิกหลังเปลี่ยนรัฐบาล พร้อมย้ำว่า "ไม่มีพลังงานสะอาด ไม่มีนวัตกรรม" และไทยจะถูกกีดกันทางการค้าผ่านภาษีคาร์บอนจากต่างประเทศมากขึ้น
.
เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ดร.อรรถวิชช์ เสนอแนวคิด "ราชการ 1 คำขอ" ลดการขอใบอนุญาตซ้ำซ้อน ให้ประชาชนยื่นคำขอครั้งเดียว ระบบจะส่งข้อมูลไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากขั้นตอนไหนล่าช้าจะมี Digital Footprint สะท้อนความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ เป็นการปิดช่องเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมกันนี้ ยืนยันจุดยืนเรื่องการลงโทษ โดยเสนอให้ข้าราชการและนักการเมืองที่ทุจริตต้องได้รับโทษสูงสุด "ประหารชีวิต" เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการปราบโกงอย่างจริงจัง
.
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังมีนโยบายยุติการบังคับคดีหนี้ กยศ. เปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้การฝึกงานในหน่วยงานรัฐมาหักลบหนี้ได้ รวมถึงนโยบายการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ พร้อมค่าตอบแทน 30,000 บาท รวมถึงการฟื้นกองทุน LTF เพื่อช่วยคนทำงานและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,500 บาท เพื่อรองรับสังคมสูงวัย
"ประเทศนี้จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราไม่ยิ่งใหญ่แบบอเมริกา เราไม่ใช่ทุนนิยมแบบอเมริกาที่พิมพ์เงินออกมาใช้เอง แต่เราไม่เคยให้ใครตายในเมืองหลวงของเราแบบข้างถนน และนี่คือประเทศไทยของพวกเรา" ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ
.
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่มานาน เพราะ "ไม่มีนวัตกรรม" สาเหตุสำคัญคือประเทศไม่มีพลังงานสะอาดรองรับอุตสาหกรรมใหม่ หรือ New S-Curve อาทิ ธุรกิจเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และคลาวด์ นอกจากนี้ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง 55,000 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริงสูงสุดเพียง 36,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีไฟสำรองสูง ค่าไฟจึงแพง ทั้งนี้ ในช่วงที่พรรครวมไทยสร้างชาติบริหารกระทรวงพลังงาน 2 ปี ไม่เคยซื้อไฟใหม่ และสามารถลดค่าไฟลงได้ถึง 76 สตางค์ หรือราว 16%
.
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ทางออกคือการ "เปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์" ให้โรงงาน ร้านค้า และประชาชนผลิตไฟใช้เองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่กฎหมายดังกล่าวถูกยกเลิกหลังเปลี่ยนรัฐบาล พร้อมย้ำว่า "ไม่มีพลังงานสะอาด ไม่มีนวัตกรรม" และไทยจะถูกกีดกันทางการค้าผ่านภาษีคาร์บอนจากต่างประเทศมากขึ้น
.
เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ดร.อรรถวิชช์ เสนอแนวคิด "ราชการ 1 คำขอ" ลดการขอใบอนุญาตซ้ำซ้อน ให้ประชาชนยื่นคำขอครั้งเดียว ระบบจะส่งข้อมูลไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากขั้นตอนไหนล่าช้าจะมี Digital Footprint สะท้อนความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ เป็นการปิดช่องเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมกันนี้ ยืนยันจุดยืนเรื่องการลงโทษ โดยเสนอให้ข้าราชการและนักการเมืองที่ทุจริตต้องได้รับโทษสูงสุด "ประหารชีวิต" เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการปราบโกงอย่างจริงจัง
.
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังมีนโยบายยุติการบังคับคดีหนี้ กยศ. เปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้การฝึกงานในหน่วยงานรัฐมาหักลบหนี้ได้ รวมถึงนโยบายการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ พร้อมค่าตอบแทน 30,000 บาท รวมถึงการฟื้นกองทุน LTF เพื่อช่วยคนทำงานและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,500 บาท เพื่อรองรับสังคมสูงวัย
"ประเทศนี้จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราไม่ยิ่งใหญ่แบบอเมริกา เราไม่ใช่ทุนนิยมแบบอเมริกาที่พิมพ์เงินออกมาใช้เอง แต่เราไม่เคยให้ใครตายในเมืองหลวงของเราแบบข้างถนน และนี่คือประเทศไทยของพวกเรา" ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ


