แชร์

“พีระพันธุ์” จี้รัฐหนุนกองทัพ แก้วิกฤตชายแดนไทย-เขมร เดินหน้าการทูต-ความมั่นคง

อัพเดทล่าสุด: 23 ม.ค. 2026
105 ผู้เข้าชม
“พีระพันธุ์” จี้รัฐหนุนกองทัพ แก้วิกฤตชายแดนไทย-เขมร เดินหน้าการทูต-ความมั่นคง ชูปฏิรูปกองทัพ ปราบคอร์รัปชันทั้งระบบ
.
วันที่ 23 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ยิ่งคุย ยิ่งลึก” ทางช่อง 7HD ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และนโยบายด้านความมั่นคงของพรรค โดยระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งชายแดนเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน รัฐบาลในอดีตไม่เคยให้ความสำคัญ และไม่เคยประเมินว่าจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงเช่นปัจจุบัน แม้กองทัพจะรับรู้ถึงความเสี่ยงมาโดยตลอดก็ตาม
.
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า เคยมีโอกาสเข้าไปดูแลพื้นที่ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งกรรมาธิการทหาร ทำให้เห็นว่าหัวใจของปัญหาคือความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชา ที่พยายามรุกล้ำพื้นที่ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยความขัดแย้งเริ่มตั้งแต่คำพิพากษาศาลโลกปี 2505 ซึ่งตัดสินเพียงว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา แต่ไม่ได้ตัดสินเรื่องอธิปไตยเหนือแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายกลับพยายามขยายอำนาจครอบครองมาโดยตลอด จนสถานการณ์ปัจจุบันทวีความรุนแรงถึงขั้นเป็น “การรบ” มีการสนธิกำลังและใช้อาวุธหนัก ขณะที่ฝ่ายนโยบายไม่เคยลงไปดูแลอย่างจริงจัง
.
นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำอันดับแรกคือ “ทำให้ภัยคุกคามสิ้นสภาพ” โดยต้องปล่อยให้กองทัพเดินหน้าอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เดินแล้วหยุด ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ พร้อมระบุว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายไทยอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ รัฐบาลต้องสนับสนุนกองทัพรอบด้าน ทั้งงบประมาณ การบริหารจัดการ และพลังงาน พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดกองทัพยังต้องซื้อน้ำมันเองในยามวิกฤตเช่นนี้
.
ด้านการเมืองระหว่างประเทศ นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ไทยเสียเปรียบอย่างมาก เนื่องจากกัมพูชาเตรียมการและสร้างหลักฐานล่วงหน้า ขณะที่ไทยไม่เคยรุกเชิงการทูต ทำให้เกิดข่าวบิดเบือนในเวทีโลก พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า เช่น การผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ที่ไทยสามารถผลิตได้แล้ว แต่ยังไม่ถูกต่อยอด ทั้งที่สามารถพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงและการส่งออกได้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารแนวหน้า
.
สำหรับแนวคิดการนำ นายฮุน เซน ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ นายพีระพันธุ์ ระบุว่า กัมพูชามักใช้วิธี “เอาโลกมาล้อมไทย” ดังนั้น การเจรจาต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง และหากไม่มีเงื่อนไขเรื่องความรับผิดชอบ จะไม่ยอมรับข้อตกลงใด ๆ พร้อมเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ดำเนินคดีในศาลไทย เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดนอกประเทศแต่ส่งผลในประเทศ เข้าข่ายเจตนาฆ่าคนไทย แม้ยอมรับว่ากลไกระหว่างประเทศอาจไม่เอื้อในการจับกุมตัว แต่ตามหลักสากลถือเป็นอาชญากรสงคราม และหากตนเป็นรัฐบาล จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างแน่นอน
.
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับการเมือง นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เพราะต่างมีหน้าที่ดูแลประเทศ เพียงแต่ฝ่ายการเมืองทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ขณะที่กองทัพเป็นผู้ปฏิบัติ พร้อมย้ำว่าการเมืองไม่ควรนำกองทัพมาเป็นเครื่องมือ และกองทัพไม่ควรใช้ฝ่ายนโยบายเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง โดยหากกองทัพไม่เข้มแข็งก็เปรียบเสมือน “ยักษ์ไม่มีกระบอง”
.
สำหรับเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำ นายพีระพันธุ์ ระบุว่า เป็นปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง การเพิ่มโทษอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องปฏิรูประบบสอบสวน สืบสวน และดำเนินคดี พร้อมเสนอให้มีกฎหมายเฉพาะด้านการปราบปรามทุจริต และเปิดทางให้ศาลมีบทบาทในการเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงเสนอให้แก้กฎหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายโดยตรงในคดีทุจริต เพื่อไม่ให้คดีสำคัญล่าช้าหรือหมดอายุความ
.
ขณะที่การปฏิรูปกองทัพ นายพีระพันธุ์ ย้ำว่าต้องคำนึงถึงขวัญกำลังใจของกำลังพลและครอบครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือพิการ โดยการปฏิรูปไม่ใช่เพียงการลดขนาดกองทัพ แต่ต้องปฏิรูปทั้งระบบ รวมถึงงบประมาณและสวัสดิการ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติมีนโยบายเพิ่มรายได้ทหารชั้นผู้น้อยจาก 12,000 บาท เป็น 15,000 บาท
.
ด้านความมั่นคง นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมเสนอให้ยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และย้ำว่าไทยควรวางตัวเป็นกลางอย่างชาญฉลาดท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ โดยยึดศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ