“อรรถวิชช์” ชำแหละกลไกราคาน้ำมันไทย “ติดกับดักสิงคโปร์” ชี้กองทุนน้ำมันถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ ย้ำร่างกฎหมาย “พีระพันธุ์” พร้อมใช้ หากรัฐบาลเห็นด้วยหยิบไปปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันได้ทันที
อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ราคาน้ำมันดิบ แต่เกิดจากการนำ “ราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์” มาเป็นตัวตั้ง ทั้งที่น้ำมันที่จำหน่ายในประเทศเป็นสต็อกที่ซื้อไว้ล่วงหน้าหลายเดือน ทำให้ต้นทุนที่แท้จริงกับราคาขายไม่สอดคล้องกัน
.
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะปรับลดลงจนกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่อ้างอิงสิงคโปร์กลับไม่ลดลงในทิศทางเดียวกัน เพราะถูกแรงเก็งกำไรบิดเบือน จึงเห็นว่า “การยึดราคาสิงคโปร์เป็นฐานกำหนดราคาขายในประเทศเป็นกลไกที่ผิดเพี้ยนและไม่สะท้อนต้นทุนจริง”
.
ดร.อรรถวิชช์ เสนอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้อำนาจตามกฎหมายสินค้าควบคุม “ประกาศราคาสูงสุดของน้ำมัน” เพื่อสกัดการเก็งกำไร เหมือนที่ใช้กับสินค้าควบคุมประเภทอื่น เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำตาล น้ำปลา และน้ำมันพืช โดยย้ำว่าอำนาจดังกล่าวยังอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่กระทรวงพลังงาน และหากติดมติคณะรัฐมนตรีเดิม ก็สามารถเสนอ ครม. ยกเว้นมติได้
.
นอกจากนี้ยังเห็นว่า ระบบของกระทรวงพาณิชย์ในอดีตมีการตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนการขึ้นหรือลงราคา เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบ ต่างจากปัจจุบันที่ปรับราคารวดเร็ว จนผู้ค้าปลีกไม่กล้าสต็อกน้ำมัน เพราะไม่รู้ว่าราคาจะเปลี่ยนเมื่อใด
.
ส่วนการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดร.อรรถวิชช์ มองว่าปัจจุบันกองทุนไม่ได้ทำหน้าที่ชดเชยภาวะขาดทุนตามเจตนารมณ์เดิม แต่เป็นการนำเงินของประชาชนไปพยุงส่วนต่างกำไรของโรงกลั่น ทั้งที่ต้นทุนน้ำมันจริงต่ำกว่าราคาที่อ้างอิงจากตลาดสิงคโปร์ จึงเสนอให้ยกเลิกและปรับเป็นระบบ “คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ” โดยจัดเก็บสำรองเป็นน้ำมันแทนการเก็บเป็นเงิน เมื่อเกิดวิกฤตราคาจึงนำน้ำมันสำรองออกมาใช้รักษาเสถียรภาพของตลาด ซึ่งเห็นว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
.
พร้อมยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานที่สวมหมวก 2 ใบ “หมวกหนึ่ง เป็นข้าราชการกินเงินเดือนหลักหมื่น หมวกอีกใบเป็นบอร์ดบริหารบริษัทน้ำมัน” ซึ่งตนมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศ
.
ทั้งนี้ ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า แนวทางแก้ไขทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอ แต่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดทำร่างกฎหมายรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว หากรัฐบาลเห็นด้วย ก็สามารถหยิบไปใช้เพื่อปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันได้ทันที
.
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะปรับลดลงจนกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่อ้างอิงสิงคโปร์กลับไม่ลดลงในทิศทางเดียวกัน เพราะถูกแรงเก็งกำไรบิดเบือน จึงเห็นว่า “การยึดราคาสิงคโปร์เป็นฐานกำหนดราคาขายในประเทศเป็นกลไกที่ผิดเพี้ยนและไม่สะท้อนต้นทุนจริง”
.
ดร.อรรถวิชช์ เสนอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้อำนาจตามกฎหมายสินค้าควบคุม “ประกาศราคาสูงสุดของน้ำมัน” เพื่อสกัดการเก็งกำไร เหมือนที่ใช้กับสินค้าควบคุมประเภทอื่น เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำตาล น้ำปลา และน้ำมันพืช โดยย้ำว่าอำนาจดังกล่าวยังอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่กระทรวงพลังงาน และหากติดมติคณะรัฐมนตรีเดิม ก็สามารถเสนอ ครม. ยกเว้นมติได้
.
นอกจากนี้ยังเห็นว่า ระบบของกระทรวงพาณิชย์ในอดีตมีการตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนการขึ้นหรือลงราคา เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบ ต่างจากปัจจุบันที่ปรับราคารวดเร็ว จนผู้ค้าปลีกไม่กล้าสต็อกน้ำมัน เพราะไม่รู้ว่าราคาจะเปลี่ยนเมื่อใด
.
ส่วนการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดร.อรรถวิชช์ มองว่าปัจจุบันกองทุนไม่ได้ทำหน้าที่ชดเชยภาวะขาดทุนตามเจตนารมณ์เดิม แต่เป็นการนำเงินของประชาชนไปพยุงส่วนต่างกำไรของโรงกลั่น ทั้งที่ต้นทุนน้ำมันจริงต่ำกว่าราคาที่อ้างอิงจากตลาดสิงคโปร์ จึงเสนอให้ยกเลิกและปรับเป็นระบบ “คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ” โดยจัดเก็บสำรองเป็นน้ำมันแทนการเก็บเป็นเงิน เมื่อเกิดวิกฤตราคาจึงนำน้ำมันสำรองออกมาใช้รักษาเสถียรภาพของตลาด ซึ่งเห็นว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
.
พร้อมยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานที่สวมหมวก 2 ใบ “หมวกหนึ่ง เป็นข้าราชการกินเงินเดือนหลักหมื่น หมวกอีกใบเป็นบอร์ดบริหารบริษัทน้ำมัน” ซึ่งตนมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศ
.
ทั้งนี้ ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า แนวทางแก้ไขทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอ แต่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดทำร่างกฎหมายรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว หากรัฐบาลเห็นด้วย ก็สามารถหยิบไปใช้เพื่อปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันได้ทันที


